หน้าแรก สารพันสุขภาพ ปรับพฤติกรรมสักนิด ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

ปรับพฤติกรรมสักนิด ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

435
0

บทความสุขภาพ

บทความสุขภาพ มะเร็งรักษาได้ อาหารเพื่อสุขภาพ สารพันเรื่องสุขภาพ เข้าใจโรคและสุขภาพ รู้ทันโรค สุขภาพดี

ปรับพฤติกรรมสักนิด ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

หากจะพูดถึงโรคสมองเสื่อม หลายคนอาจนึกว่าเป็นโรคเดียวกับอัลไซเมอร์ แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองโรคมีความคล้ายแต่ไม่ใช่โรคเดียวกัน

 

พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “โรคอัลไซเมอร์กับโรคสมองเสื่อม มีความคล้ายกัน แต่ไม่ใช่โรคเดียวกัน ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้คือ โรคสมองเสื่อม อาการนี้คนส่วนใหญ่มักจะรู้ตัว สมัยโบราณมักเรียกว่า อาการหลง เช่น จำชื่อสลับกัน ในสมัยโบราณเรียกว่า หลงลืม ปัจจุบันเรียกว่า ภาวะสมองเสื่อมอัลไซเมอร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาการสมองเสื่อม”

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมองเสื่อมเร็ว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด

คนเป็นโรคสมองเสื่อม มักจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ ถ้าเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนลืมนั่นลืมนี่ อันนี้ไม่ใช่โรคสมองเสื่อม เป็นแค่การขี้ลืม

“หลงลืม” คือการสูญเสียความจำในชีวิต เช่น ลืมว่าตัวเองดื่มน้ำไปแล้ว ทั้งที่เพิ่งวางแก้วลง เห็นรถอยู่ตรงหน้า แล้วบอกว่าไม่ใช่รถตัวเอง ลืมว่าตัวเองใส่เสื้อผ้า ทั้งที่สวมทับไปแล้ว 2-3 ชั้น เป็นต้น

อาการบ่งชี้ของคนที่เป็นโรคสมองเสื่อมคือ สิ่งที่เคยจำได้ กลับจำไม่ได้แล้วมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น สูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ซึ่งอาการทั้งหมดนี้ ก็จะนำไปสู่การวินิจฉัยของแพทย์ต่อไป

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่จะช่วยฟื้นฟูสมองให้กลับคืนมาได้ มีแต่ยาที่จะช่วยประคองไม่ให้เป็นมากกว่าเดิม คนที่จะช่วยผู้ป่วยสมองเสื่อมได้ดีที่สุดคือ คนในครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิด

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคสมองเสื่อม ทำได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขภาพกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินอย่างกระฉับกระเฉงเป็นเวลา 30 นาทีอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 3-5 วัน เพื่อให้เลือดเกิดการสูบฉีดให้ไปเลี้ยงสมองได้อย่างสะดวก

ดูแลสุขภาพใจ ด้วยการฝึกสติ ฝึกสมาธิ กำหนดจิตเพื่อสร้างการจดจำที่ดี รักษาระดับอารมณ์ เพราะอารมณ์ไม่ดี ไม่ว่าอารมณ์เศร้า เสียใจ โมโห หรือหงุดหงิด ล้วนส่งผลต่อสุขภาพสมอง ฉะนั้นเมื่อรู้ตัวว่าอารมณ์ไม่ดี ต้องรีบดึงตัวเองให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ดูแลสุขภาพสมอง ด้วยการฝึกใช้สมองด้านที่เราไม่ถนัด เพื่อผูกใยสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น เช่น การขับรถ ควรจะฝึกใช้เส้นทางอื่นเพื่อสร้างการจดจำกับเส้นทางใหม่ๆ การเล่นอักษรไขว้อย่างสนุกสนาน แต่ถ้าเล่นแล้วเครียดควรหยุดเล่น

ดูแลสุขภาพสังคม ด้วยการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมอย่างมีความสุข รู้เรารู้เขา สร้างสังคมที่ดีทั้งที่อยู่รอบตัวและเพื่อนใหม่เพื่อการเรียนรู้ในโลกใบใหม่

ที่สำคัญควรจะเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะการตรวจเช็กความดัน ตรวจคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด ถ้าพบว่ามีความเสี่ยง ควรจะเพิ่มความถี่ในการตรวจสุขภาพ

สำหรับอาหารเสริมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผลวิจัยใดๆ ที่จะบอกว่าอาหารเสริมสามารถช่วยได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานผัก และผลไม้ที่มีรสไม่หวานจัด ซึ่งให้เกลือแร่และวิตามินที่ครบถ้วน และเลือกทานอาหารที่หวาน-มัน-เค็มน้อย เลือกโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ไข่ขาว เต้าหู้

ส่วนเคล็ดลับป้องกันโรคสมองเสื่อมคือ การดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ถ้าคนในครอบครัวเป็นโรคนี้แล้ว สามารถดูแลกันและกันได้ด้วยความรัก ความเข้าใจ และการเอาใจใส่จากลูกหลานและคนในครอบครัวเท่านั้น ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตรอด และมีช่วงเวลาที่มีความสุขได้

ที่มาจาก  thaihealth

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here