หน้าแรก มะเร็ง มะเร็งรังไข่!!ใครเสี่ยงเป็น?

มะเร็งรังไข่!!ใครเสี่ยงเป็น?

680
0

มะเร็งรังไข่

ก่อนอื่นสาวๆต้องสำรวจก่อนว่าตัวเองอยู่ในจำพวกบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่หรือไม่ หากพบว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ ก็ควรพบและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ การตรวจพบมะเร็งในระยะแรกจะทำให้การรักษาง่ายขึ้นและมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าที่จะรอให้อาการของโรคแสดงออกมา นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ไม่ทันการเอาเสียแล้ว

ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่

มะเร็งรังไข่!!ใครเสี่ยงเป็น1. มีประวัติทางพันธุกรรม ร้อยละ 10 ของคนไข้มะเร็งรังไข่จะมีประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งรังไข่ บางคนเป็นมะเร็งหลายอย่างพร้อมกัน เช่น เป็นทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่ เป็นต้น

2. คุณผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี โรคมะเร็งรังไข่ชนิดมะเร็งเยื่อบุผิวรังไข่ มักเป็นกับคนมีอายุ

3. เป็นสาวโสด เพราะรังไข่ทำงานโดยไม่พัก สาวโสดจึงมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ โดยสูงกว่าคนแต่งงานและมีลูกถึง 2 เท่า

4. มีประจำเดือนเร็วก่อนอายุ 11 ปี หมดประจำเดือนช้ากว่า 55 ปี อธิบายว่า การที่รังไข่ทำงานนาน ๆ โดยไม่ได้หยุดพักเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่

5. แต่งงานแต่ไม่มีลูก การตั้งครรภ์แต่ละท้องนาน 9 เดือน เป็นช่วงที่รังไข่ได้พักผ่อน คนไม่มีลูกรังไข่ไม่ได้พักผ่อนจึงเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่

6. มีลูกคนแรกอายุเกิน 30 ปี มีลูกเมื่ออายุมาก โอกาสที่รังไข่ได้พักผ่อนมีน้อยกว่าคนที่มีลูกเมื่ออายุน้อย ฉะนั้นจึงเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่

7. ใช้สารกระตุ้นไข่ตก ในการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากรังไข่ทำงานหนักจากการใช้สารกระตุ้นฯ เสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่

8. มีลูกแต่ไม่ให้นมลูก งานวิจัยยืนยันว่า การให้นมลูก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่

9. ไม่เคยคุมกำเนิดโดยการรับประทานยาคุมกำเนิด นั่นคือการรับประทานยาคุมกำเนิด ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ได้

10. ไม่ทำหมันหญิง งานวิจัยพบว่าการทำหมันหญิง ลดความเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่

11.  ใช้แป้งที่มีสารทาลค์ (Talc) กันการเปียกชื้น ทาบริเวณขาหนีบและอวัยวะเพศ โดยสารทาลค์ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง  จะกระจายเข้าไปสะสมที่รังไข่ จนกลายเป็นมะเร็งรังไข่ได้

12. ได้รับสารแอสเบสทอล (Asbestos) หรือแร่ใยหิน ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทำฉนวนกันความร้อน การสูดดมสารนี้เข้าร่างกายทำให้เกิดมะเร็งปอด และมะเร็งรังไข่

13. รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ยืนยันจากงานวิจัย นอกจากนั้นยังพบว่าการรักษาโรคมะเร็งรังไข่ในคนอ้วนได้ผลดีน้อยกว่าคนผอม

14. ป่วยเป็นมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งเต้านม เสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่ เพราะมะเร็งเหล่านี้กระจายมาที่รังไข่ได้

คราวนี้ก็พยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง และเข้าการตรวจสุขภาพ ตรวจหามะเร็งเป็นประจำทุกๆปีนะคะ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ หากเป็นแล้วนอกจากจะเสียเงินรักษามากแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอีกด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here