หน้าแรก มะเร็ง การรักษามะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านม

1605
0

มะเร็งเต้านม

คงไม่มีใครที่อยากจะเป็นโรคมะเร็งหรือป่วยเป็นโรคต่างๆ แต่หากโรคนั้นเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องทำใจยอมรับและรู้วิธีการรักษาโรค การดำรงชีวิตที่จะช่วยต่อชีวิตให้ยืนยาวขึ้น นอกจากนั้นก็ยังต้องทำจิตใจให้แจ่มใส ร่าเริง มีความสุขในทุกๆวัน พร้อมกับเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ร่วมไปด้วยกัน ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีชีวิตอยู่ได้เป็นเวลายาวนานก็มีเช่นกัน

การรักษามะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านม1. การผ่าตัด ถือว่าเป็นวิธีทีดีที่สุด มีวิธีผ่าตัดหลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาดของมะเร็ง ตำแหน่งที่อยู่ของก้อนมะเร็ง ชนิดของมะเร็ง สุขภาพของคนไข้ง่าสามารถทนการผ่าตัดได้หรือไม่ และความต้องการที่จะเก็ยเต้านมไว้ หรือให้ตัดเต้านมออกไปเลยของคนไข้ มีวิธีผ่าตัดหลายวิธีดังนี้

  • ตัดเอาเฉพาะก้อนมะเร็งออก (Lumpectomy) ตัดต่อมน้ำเหลืองบางส่วน วิธีนี้ทำเพื่อเก็บเต้านมไว้ ถือว่าไม่สามารถทำให้หายขาด จำเป็นต้องใช้รังสีรักษาร่วม หากจำเป็นก็ใช้สารเคมีบำบัดและฮอร์โมนร่วม
  • ตัดเต้านมบางส่วน ตัดก้อนมะเร็งออก ตัดต่อมน้ำเหลืองบางส่วน (Partial Mastectomy) วิธีนี้ทำเพื่อเก็บเต้านมไว้ ถือว่าไม่สามารถทำให้หายขาด จำเป็นต้องใช้รังสีรักษาร่วม หากจำเป็นก็ใช้สารเคมีบำบัดและฮอร์โมนเข้าช่วย
  • ตัดเอาก้อนมะเร็งออกพร้อมกับเต้านม (Simple Mastectomy) วิธีนี้ใช้สำหรับมะเร็งเต้านมที่เป็นน้อยยังไม่ลุกลาม (ระยะ 0) หากลุกลาม การผ่าตัดวิธีนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด จำเป็นต้องใช้รังสีรักษาช่วย หรือใช้สารเคมีบำบัดและฮอร์โมนช่วย
  • ตัดเอาก้อนมะเร็งออกพร้อมกับเต้านมทั้งหมด ตัดต่อมน้ำเหลืองบางส่วน (Total Mastectomy) ถ้ามะเร็งไม่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง วิธีนี้ถือว่าหายขาด หากกระจายไม่ต่อมน้ำเหลืองจึงใช้รังสีรักษา หรือเคมีบำบัดและฮอร์โมนช่วย
  • ตัดเอาก้อนมะเร็งออกพร้อมกับเต้านมทั้งหมดร่วมกับกล้ามเนื้อทรวงอก ตัดต่อมนำเหลืองใต้รักแร้ทั้งหมด (Radical Mastectomy) วิธีนี้ปัจจุบันทำน้อยลง เพราะมีผลข้างเคียงมาก และการรักษาโดยสารเคมีบำบัดและฮอร์โมนในปัจจุบันได้ผลดี

ผลข้างเคียงของการผ่าตัด มีดังนี้

  • เจ็บแผล แผลอักเสบ ติดเชื้อ
  • การตัดเต้านมทำให้เสียสมดุลในการเดิน การนั่ง การใช้ชีวิต
  • อาจปวดหลัง ปวดคอ
  • แขนที่ผ่าตัดเต้านมอาจไม่มีแรง
  • ชาแขน ชามือ
  • เจ็บปลายประสาทที่แผลผ่าตัด
  • แขนบวม

สำหรับเรื่องแขนบวมนั้น เกิดจากการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลือง เพื่อตรวจดูการกระจายของมะเร็งเต้านม ซึ่งอาจทำให้ทางเดินของน้ำเหลืองอุดตัน จนเกิดแขนบวมได้ (Lymphedema) อาการแขนบวมนี้จะค่อย ๆดีขึ้น โดยการรักษาแบบประคับประคอง เช่นไม่ใช้แขนข้างบวมยกของหนัก ไม่ใส่เครื่องประดับ คอยยกแขนสูง ไม่ให้มีแผลในแขนที่บวม ทำกายบริหารแขน รับประทานยาตามอาการ

2. การใช้ยาก แบ่งเป็น สารเคมีบำบัด และฮอร์โมน

สารเคมีบำบัด แบ่งเป็น

  • สารเคมีบำบัดที่ให้ร่วมกับการผ่าตัดและฉายแสง เพื่อป้องกันการกลับคืนมาของโรค
  • สารเคมีบำบัดที่ให้ก่อนผ่าตัด เพื่อลดขนาดก้อนมะเร็งและจัดการกับเซลล์มะเร็งบางส่วน ช่วยให้สามารถผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกได้หมด
  • สารเคมีบำบัดที่ใช้รักษามะเร็งเต้านมให้หายขาด เช่น ในกรณีที่มะเร็งเต้านมแพร่กระจายไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการผ่าตัด

การให้สารเคมีบำบัดมักเป็นชุด ๆ หรือรอบ เช่นให้ 5 วัน เว้น 2 อาทิตย์ เป็นต้น

ผลข้างเคียงของสารเคมีบำบัด ได้แก่ ผมร่วง (เป็นชั่วคราว) คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซีด ติดเชื้อง่าย (เพราะเม็ดเลือดขาวลดลง) มีไข้ มีเลือดออกตามส่วนต่าง ๆ ของร่ายกายง่าย เป็นหมัน ไม่มีประจำเดือน ผลข้างเคียงเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่อันตรายและมีวิธีแก้ไข

ฮอร์โมน สำหรับฮอร์โมน จะให้ในกรณีที่มะเร็งเต้านมมีตัวสัญญารับฮอร์โมนเพศ ส่วนใหญ่คือยาต้านฮอร์โมนเพศหญิงทั้งอีสโตรเจน และโปรเจสโตโรน ตัวอย่างฮอร์โมน เช่น Tamoxifen, Aromatase inhibitors, Fulvestrant, Megestrol acetate ฯลฯ

ฮอร์โมนใช้ทั้งช่วยรักษาและป้องกันมะเร็งกลับคืนมา

3. การฉายแสง มีรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้

  • ใช่ร่วมกับการผ่าตัด ในกรณีที่ผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกไม่ได้หมด หรือผ่าตัดเอาเฉพาะก้อนมะเร็งออกแต่คงเต้านมไว้
  • ให้เป็นรอบ เช่นให้ 5 วัน หยุด 2 วัน นาน 5-6 สัปดาห์ (รวมให้ 25-30 ครั้ง)
  • ใช้เวลาฉายแสงแต่ละครั้งนานแค่ 2-3 นาที

ผลข้างเคียงของการฉายแสง ที่เต้านมมักจะไม่รุนแรง เช่น อ่อนเพลีย มีผิวหนังไหม้ แก้ เจ็บ แสบ คล้ายการอาบแดด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here